
ธุรกิจและงบประมาณค่าดูแลระบบหลังส่งมอบ มีอะไรบ้างและควรตั้งงบเท่าไหร่
ระบบที่ส่งมอบแล้วยังมีค่าใช้จ่ายต่อทุกเดือน บทความนี้แยกให้เห็นว่าค่าดูแลประกอบด้วยอะไร ต่างจากระยะประกันยังไง และควรกันงบปีละเท่าไหร่ถึงจะพอ

คำถามแรกที่เราได้รับเกือบทุกครั้งคือ "ทำระบบนี้ราคาเท่าไหร่" และคำตอบที่ซื่อสัตย์ที่สุดคือยังตอบไม่ได้ ไม่ใช่เพราะกั๊ก แต่เพราะคำว่า "ระบบจัดการงานภายใน" ครอบคลุมได้ตั้งแต่ฟอร์มกรอกข้อมูลหน้าเดียวราคาหลักหมื่น ไปจนถึงระบบที่ต้องเชื่อม ERP เดิม มีสิทธิ์ผู้ใช้หลายระดับ และต้องผ่านการตรวจความปลอดภัยของฝ่าย IT ราคาหลักล้าน บทความนี้อธิบายว่าอะไรทำให้ตัวเลขต่างกันสิบเท่า และคุณจะประเมินงบของตัวเองคร่าว ๆ ได้ยังไงก่อนเดินไปคุยกับใคร
ซอฟต์แวร์ไม่ใช่สินค้าสำเร็จรูปที่มีป้ายราคาติดอยู่ ต้นทุนเกือบทั้งหมดคือเวลาของคน และเวลาที่ใช้ขึ้นอยู่กับว่าโจทย์ชัดแค่ไหน ถ้าโจทย์ยังอยู่ในหัวเป็นภาพกว้าง คนประเมินต้องเผื่อความไม่แน่นอนเอาไว้ ซึ่งแปลว่าราคาที่ได้จะสูงกว่าความเป็นจริง หรือไม่ก็ต่ำกว่าแล้วไปบานกลางทาง ทั้งสองแบบไม่ดีกับใครเลย
บริษัทที่ตอบราคาให้ทันทีตั้งแต่ยังไม่ถามอะไรเลย มักทำได้สองแบบ คือยัดโจทย์ของคุณเข้าเทมเพลตที่เขามีอยู่แล้ว หรือโยนตัวเลขต่ำ ๆ มาก่อนเพื่อปิดดีล แล้วค่อยคิดเพิ่มทีหลังเป็นงานนอกขอบเขต
ตัวคูณที่แรงที่สุดไม่ใช่จำนวนฟีเจอร์ แต่เป็นจำนวนบทบาท ระบบที่มีผู้ใช้แบบเดียวกับระบบที่มีสี่บทบาท (พนักงาน หัวหน้า ฝ่ายบัญชี ผู้ดูแลระบบ) ไม่ได้ต่างกันแค่สี่เท่า เพราะแต่ละบทบาทเห็นข้อมูลคนละชุด ทำอะไรได้ไม่เท่ากัน และต้องทดสอบทุกทางแยกว่าไม่มีใครเห็นของที่ไม่ควรเห็น
ระบบที่อยู่ลำพังกับระบบที่ต้องคุยกับ SAP, Salesforce, ระบบบัญชี หรือเครื่องจักรหน้างาน คนละต้นทุนกันมาก งานเชื่อมต่อใช้เวลาไปกับสิ่งที่มองไม่เห็นจากภายนอก เช่น ข้อมูลสองฝั่งไม่ตรงกันจะเอาฝั่งไหนเป็นหลัก ระบบปลายทางล่มแล้วงานที่ค้างอยู่จะไปไหน และใครเป็นคนดูว่าซิงค์สำเร็จ
การย้ายข้อมูลเป็นงานที่ถูกประเมินต่ำเสมอ ข้อมูลจริงมักไม่สะอาดอย่างที่คิด ชื่อลูกค้าคนเดียวกันสะกดสามแบบ วันที่เป็นข้อความบ้างเป็นตัวเลขบ้าง ไฟล์แนบหายไปครึ่งหนึ่ง งานส่วนนี้ต้องมีคนนั่งไล่ดูจริง ไม่มีเครื่องมือไหนทำให้จบได้เอง
ระบบภายในทีมสิบคนกับระบบที่ต้องผ่านการตรวจของฝ่าย IT องค์กรใหญ่ หรือเก็บข้อมูลส่วนบุคคลตาม PDPA มีงานที่ต้องทำเพิ่มคนละชุด ตั้งแต่การเก็บ log ว่าใครทำอะไรเมื่อไหร่ การเข้ารหัสข้อมูล ไปจนถึงเอกสารที่ต้องส่งให้ทีมตรวจสอบ
ราคาที่เห็นตอนเซ็นสัญญาคือค่าพัฒนา แต่ซอฟต์แวร์มีค่าใช้จ่ายต่อเนื่องเสมอ ทั้งค่าเซิร์ฟเวอร์ ค่าโดเมน ค่าบริการภายนอกที่ระบบเรียกใช้ และค่าดูแลแก้ไข ถ้าใบเสนอราคาไม่พูดถึงส่วนนี้เลย ให้ถามก่อนเซ็น
ตัวเลขข้างล่างเป็นช่วงที่เราเปิดไว้ในหน้าผลงานของเราเอง ดูรายละเอียดของแต่ละงานได้ว่าขอบเขตแค่ไหนถึงได้ราคานั้น ไม่ใช่ตัวเลขลอย ๆ และไม่ใช่ราคากลางของทั้งอุตสาหกรรม
ช่วงกว้างขนาดนี้ไม่ได้แปลว่าตั้งราคามั่ว แต่แปลว่างานสองชิ้นที่เรียกชื่อเหมือนกันอาจมีขอบเขตต่างกันสามเท่า ตัวเลขจะแคบลงทันทีเมื่อคุยรายละเอียดแล้ว
ราคาถูกไม่ได้แปลว่าแย่เสมอไป บางงานถูกเพราะทีมมีของเดิมที่เอามาต่อยอดได้จริง แต่ถ้าถูกกว่าเจ้าอื่นหลายเท่าโดยขอบเขตเท่ากัน ให้ถามหาสิ่งเหล่านี้ก่อน
ส่วนใหญ่ราคาที่ต่างกันมากมักอธิบายได้ด้วยคำตอบห้าข้อนี้ ไม่ใช่ด้วยฝีมือ
ไม่ต้องเตรียมเอกสารสเปกเป็นเล่ม แค่ตอบสี่คำถามนี้ได้ก็ทำให้การประเมินแคบลงมากแล้ว
ถ้าตอบได้แค่สองข้อก็คุยได้แล้ว ที่เหลือหาคำตอบร่วมกันระหว่างทางได้ สิ่งสำคัญคืออย่ารอจนสมบูรณ์แบบแล้วค่อยเริ่มคุย เพราะความชัดส่วนใหญ่เกิดขึ้นระหว่างคุย ไม่ใช่ก่อนคุย
เล่าโจทย์มาคร่าว ๆ ได้เลย เราตีกรอบงบและระยะเวลาให้ฟรีตั้งแต่คุยครั้งแรก